Posts tagged: พลังจิต

แก้ปัญหาด้วยสมาธิ 3: ทำสมาธิเพื่อสะสมพลังจิต

วัตถุประสงค์การทำสมาธิ คือ การสะสมพลังจิต
การทำสมาธิมีวัตถุประสงค์ คือ การสะสมพลังจิต เป็นสิ่งที่พระอาจารย์หลวงพ่อ วิริยังค์ สิรินฺธโร เน้นย้ำให้นักศึกษาในหลักสูตรครูสมาธิทุกคนได้รู้ และเข้าใจวัตถุประสงค์จริงๆของการทำสมาธิตั้งแต่การเริ่มเรียนในบทแรก

เมื่อก่อนเราอาจจะคิด เราทำสมาธิเพื่อให้เกิดความสงบ เราทำสมาธิเพื่อให้เกิดความสุข แต่พระอาจารย์หลวงพ่อ วิริยังค์ สิรินฺธโร ท่านได้บรรยายให้กับนักศึกษาครูสมาธิทุกคนได้รู้ว่า เมื่อเราทำสมาธิ สิ่งที่เราจะได้คือ พลังจิต แล้วพลังจิตนี้แหละที่เป็นส่วนที่ทำให้เกิด ความสุข ความสงบ เกิดปัญญา และทำให้ใจเรามีกำลังมากพอที่จะทำอะไรหลายอย่างได้

พลังจิตที่แท้คือ กำลังใจ
หลายท่านพอเห็นคำว่า “พลังจิต” ก็อาจตกใจ คิดว่าเป็นสิ่งพิเศษหรืออะไรที่เหนือธรรมชาติ จริงๆแล้ว “พลัง” ก็คือ กำลัง ส่วน “จิต” ก็คือใจของเรานั่นเอง เพราะฉะนั้นพลัวจิตก็คือกำลังของใจของเรา ผู้ที่มีพลังจิตก็คือผู้ที่มีใจที่มีกำลัง

ถ้าเราเปรียบเทียบกับการรับประทานอาหาร เราจะเห็นภาพชัดเจนขึ้น การที่เรารับประทานอาหาร สิ่งที่เราต้องการคือ สารอาหาร เช่น โปรตีน วิตตามิน แร่ธาตุ ที่อยู่ในอาหารนั้นเพื่อมาหล่อเลี้ยงร่างกายของเรา เราคงไม่ได้รับประทานอาหารเพราะต้องการความอร่อย ความอร่อยคือผลพลอยได้เท่านั้น เราเปรียบความอร่อยเหมือนกับความสุขที่ได้จากการทำสมาธิ เปรียบสารอาหารเหมือนกับพลังจิตซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการจริงๆจากการทำสมาธิ

วันนี้คุณนั่งสมาธิแล้วหรือยัง

“วันนี้คุณนั่งสมาธิแล้วหรือยัง” เป็นคำถามที่บางครั้งเราฟังแล้วก็ผ่านไป

มันสำคัญจริงๆหรือกับการนั่งสมาธิทุกวัน … สำคัญจริงๆครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหาร ผู้เป็นหัวหน้างาน ผู้ที่ทำงานจิตอาสาเพื่อส่วนรวม

ถ้าเปรียบเทียบกับการรับประทานอาหาร คงเห็นชัดว่าการทานอาหารเพื่อมาหล่อเลี้ยงกายของเราเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำทุกวัน การทำสมาธิเพื่อให้มีกำลังใจมาหล่อเลี้ยงใจของเราก็มีความจำเป็นไม่แพ้กัน เราลองนึกภาพคนที่ทำงานเพลินจนลืมทานข้าว ถามว่าเป็นอะไรไหม ก็คงไม่เป็นอะไร นึกได้ก็ทาน แต่ถ้าเป็นอย่างนี้หลายๆครั้งก็จะเริ่มปวดท้อง เป็นโรคกระเพาะได้ การขาดการทำสมาธิก็เช่นเดียวกัน หากขาดน้อยๆก็คงไม่เป็นไร แต่สำหรับผู้ต้องรับผิดชอบสูง ต้องบริหารงานมากๆ หากขาดการทำสมาธิระดับพลังจิตหรือกำลังใจของเราก็ลดต่ำลงได้ พอมีเหตุอะไรมากระทบ ก็ทำให้เรากระเทือนได้โดยง่าย

สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่เราได้มาพร้อมๆกับการทำสมาธิคือความสุข (หรือ ฌาน) ระดับความสุขในตัวเรามีผลต่อการทำงานของเราอย่างมาก เราลองนึกถึงวันที่เรามีความสุขมากๆ สบายใจมากๆ วันนั้นเราทำงานด้วยความสบายใจ ปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ได้โดยง่าย เพราะขนาดของปัญหามันดูเล็กถ้าเทียบกับความสุขที่เรามี แต่ในทางกลับกัน ถ้าวันไหนที่เรามีความทุกข์ หงุดหงิดมาทำงาน มีอะไรมากระทบเล็กน้อย ก็ทำให้เราย่ำแย่ได้แล้ว

สิ่งหนึ่งที่มีอยู่ประจำในตัวของเราทุกคนก็คือ “โมหะ”  ตัวโมหะนี้จะไม่แสดงเดชหากระดับความสุขหรือฌานในตัวเรามีมากพอ แต่วันใดที่เราต้องใช้พลังจิตในการทำงานไปมากๆ และขาดการทำสมาธิ ระดับกำลังใจในตัวเราก็เหลือน้อย เป็นโอกาสที่ตัวโมหะตัวนี้จะขยายตัวและก่อความเสียหายให้กับเรา โมหะมันก่อความเสียหายให้กับเราโดยไม่รู้ตัว เช่น บางครั้งเรื่องเล็กๆเท่าปลายเข็ม แต่มันสะกิดใจเรา เราก็ไปขยายมันให้ปัญหาใหญ่เท่าช้าง เกิดความเสียหายใหญ่โต และตัวเรานี่แหละต้องกลับมาเป็นผู้แก้ปัญหานั้นเอง

โมหะตัวนี้และที่ทำให้ใจเราหม่นหมอง ทำให้ใจเราหดหู่ ไม่อยากทำงาน มองโลกในแง่ร้าย และหมดกำลังใจในที่สุด

ถึงเวลาของผู้ชนะแล้ว … วันนี้ คุณนั่งสมาธิแล้วหรือยัง
by.. หยดน้ำ

การนั่งสมาธิ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

ดีชั่วรู้หมด แต่อดไม่ได้

ดี-ชั่ว รู้หมด แต่อดไม่ได้

ดี-ชั่ว รู้หมด แต่อดไม่ได้
รู้ถูก-รู้ผิด แต่จิตถลำ
รู้ทุกข์-รู้โทษ แต่ถูกครอบงำ
รู้นรก-รู้สวรรค์ แต่ยังฝืนใจ

ถ้าไม่มีพลังจิต หรือกำลังใจเพียงพอ ยากที่จะแก้ปัญหาได้
ต่อให้เป็นคนที่ฝึกจิตมา ก็ใช่ว่าจะชนะกิเลส หรือแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง
เหมือนศิลาทับหญ้า เมื่อไหร่ศิลาอ่อนกำลัง หญ้าก็เจริญงอกงาม

หน้าที่ของเราคือฝึกจิตต่อไป เร่งความเพียร
วันนี้ คุณนั่งสมาธิหรือยัง !!

นั่งสมาธิ เพื่อสะสมพลังจิต (กำลังใจ)

หากถามว่า “นั่งสมาธิเพื่ออะไร” หลายๆคนมักตอบว่า เพื่อความสงบ เพื่อความสุข เพื่อให้สบายใจ
จริงๆแล้วคำตอบทั้งหลายเป็นผลที่เกิดจากสิ่งที่ได้จากการนั่งสมาธิ คือ พลังจิต หรือ กำลังใจ ของเรานั่นเอง

พลังจิต หรือ กำลังใจของเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่เราอาจไม่รู้จักมันดีพอ หรือยังไม่ให้ความสำคัญกับมันมากพอ หลายๆเรื่องเป็นสิ่งที่เรารู้ แต่ถ้าใจของเราไม่มีกำลังพอ เราก็ทำไม่ได้ หรือไม่ประสบความสำเร็จ เช่น ทุกคนต่างรู้ว่าอะไรทุกข์ อะไรสุข ต่างก็รู้ดี แต่เคยถามตัวเองไหมครับว่า ทำไมเราไม่สามารถจะโยนทุกข์ทิ้งไปแล้วเก็บแต่สุขเอาไว้  ทุกคนต่างรู้ว่าศีล 5 ข้อมีอะไรบ้าง ท่องได้แม่น และรู้ว่าถ้าทำได้ก็ดี แต่เราก็มักจะทำกันไม่ได้..เพราะอะไร

คำตอบคือ ใจของเราไม่มีกำลังพอ เราอาจจะรู้ รู้ดีด้วย แต่หากใจเราไม่มีกำลังพอ เราก็ไม่สามารถโยนทุกข์ทิ้งไปจากใจได้ หรือ เราอาจไม่สามารถห้ามใจเราทำสิ่งไม่ดีบางอย่างได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เราไม่รู้ แต่เป็นเพราะใจไม่มีกำลัง

การนั่งสมาธิ การเดินจงกรม เป็นการเพิ่มพลังจิต หรือกำลังใจของเรา เมื่อเรามีพลังจิต เราก็จะมีสติ รอบคอบขึ้น มีเหตุผลมากขึ้น มีเมตตามากขึ้น เมื่อใจมีกำลังพอ เราก็สามารถหยุดความทุกข์ได้ หยุดการกระทำที่ไม่ดีได้ และมีความสุขเพิ่มขึ้น

ถ้าจะเปรียบเทียบ เราอาจจะดูคนยกกระสอบข้าวสาร เรารู้วิธียก ว่ายกอย่างไร แต่ถ้ากำลังของร่างกายไม่พอ เราก็ยกไม่ได้ เรื่อของใจก็เหมือนกันครับ

วิทิสาสมาธิ การทำสมาธิอย่างง่าย

วันนี้ผมมีเรื่องดีๆ มีประโยชน์สำหรับทุกท่านมาฝากครับ…

การทำสมาธินั้นมีประโยชน์อย่างมากมายสำหรับผู้ปฏิบัติ ทำให้เรามีสติ รู้ตัว ใจเย็น ลดอารมณ์ที่วุ่นวาย เป็นการพักผ่อน และประโยชน์อีกมากมาย การทำสมาธิเป็นการออกกำลังใจซึ่งทำให้จิตใจแข็งแรง เหมือนการออกกำลังกายซึ่งทำให้ร่างกายแข็งแรง

แต่ปัญหาก็คือ เรารู้ว่าดี แต่ไม่ได้ปฏิบัติ หรือไม่มีเวลาปฏิบัติ เหมือนรู้ว่าต้องออกกำลังกาย ออกกำลังกายแล้วดี แต่ก็ไม่ได้ทำ พระอาจารย์หลวงพ่อ วิริยังค์ สิรินธโร จึงคิดวิธีการทำสมาธิแบบง่าย แต่ง่ายแล้วได้ผลมาก เพื่อให้เราทุกคนมีโอกาสได้ทำสมาธิกันอย่างสม่ำเสมอ

อยากให้ทุกท่านลองปฏิบัติดู ง่ายๆ รับรองว่าเห็นผล แต่แน่นอน การที่เรามีร่างกายแข็งแรง เราก็ต้องค่อยๆทำ ค่อยๆฝึก การทำสมาธิเพื่อให้ใจมีกำลังก็เช่นกัน ไม่ได้เห็นผลเพียงแค่ข้ามคืน จากประสบการณ์ของผม ผู้ที่ทำสมาธิ 2-3 เดือน ก็จะรู้สึกได้กับผลดีที่เกิดขึ้นกับตัวเองแล้ว

วิทิสาสมาธิ

วิทิสาสมาธิ คือ การปฏิบัติสมาธิของบุคคลทั่วไปอย่างง่ายที่สุด ทั้งบุคคลที่เคย และไม่เคยทำสมาธิมาก่อน เป็นการสะสมพลังจิตให้แก่ผู้ปฎิบัติ ที่สามารถทำได้ในทุกสถานที่ ทุกโอกาสตามความเหมาะสม

 

วิธีปฏิบัติ

ให้ปฏิบัติทุกวัน วันละ 3 ครั้ง (เช้า-กลางวัน-เย็น) ครั้งละ 5 นาที ณ สถานที่ใดๆก็ได้ ไม่มีคนพลุกพล่าน ในลักษณะอิริยาบถนั่งจะเหมาะสมที่สุด โดยการบริกรม พุทโธ พุทโธ พุทโธ ตลอดเวลา 5 นาที หรือมากกว่า

 

ผลที่ได้รับ

การกำหนดจิตให้สงบเป็นสมาธิได้ วันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที ก็เท่ากับวันละ 15 นาทีนั้น เมื่อรวมกัน 30 วัน (1 เดือน) ก็จะได้สมาธิ 450 นาที หรือ 7.5 ชั่วโมง ซึ่งการทำจิตให้สงบเป็นสมาธิได้ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อเดือนนั้น จิตจะมีพลังหรือเรียกว่า เป็นผู้มีพลังจิตเพียงพอแก่การควบคุมจิตใจ มิให้เกิดความหวั่นไหว เกิดความเครียด เกิดความวุ่นวาย ในทางตรงข้าม จะเป็นผู้มีความเบิกบาน มีสติ มีปัญญา มีหลักประพฤติดีงาม อันส่งผลให้เกิดความสงบสุข ทั้งแก่ตนเองและสังคม

 

ผลการเรียนสมาธิ @ สถาบันพลังจิตตานุภาพ จังหวัดภูเก็ต

ตอนนี้ผมได้เรียนสมาธิที่สถาบันพลังจิตตานุภาพมาประมาณเดือนกว่าแล้ว เรียนหนังสือจบไป 1 เล่ม (ทั้งหมดของหลักสูตรครูสมาธิมี 3 เล่ม) ก็รู้สึกว่าการเรียนสมาธินี้ได้ประโยชน์จริงๆครับ ถึงแม้เราเพิ่งฝึกมาไม่นาน

แรกๆที่เรียนก็ไม่สามารถนั่งสมาธิ หรือเดินจงกรมได้ตลอดรอดฝั่ง เพราะใจยังฟุ้งซ่าน คิดถึงเรื่องงาน เรื่องโน่นเรื่องนี่เต็มไปหมด คิดแต่ว่าเมื่อไหร่จะหมดเวลา ตอนนี้ สามารถนั่งสมาธิได้จนหมดเวลา หรือเกือบหมดเวลาได้แล้ว อาจจะมีการคิดแวบไปแวบมาบ้างเป็นปกติของคนเพิ่งเริ่มหัด

ประโยชน์ของการเรียนสมาธินั้นมีมากมาย แต่บางคนเรียนแล้วบอกว่าเหมือนไม่ได้อะไร อาจเนื่องมาจากความคืบหน้าของการเรียนไม่มีอะไรวัดได้อย่างชัดเจน หลวงพ่อท่านเปรียบเทียบให้เข้าใจว่า มันก็เหมือนกับการเรียนหนังสือตอนเด็กๆ ถามว่าเรามีความรู้เมื่อไหร่ เราเก่งขึ้นเมื่อไหร่ ตอนไหน ตอบไม่ได้ใช่ไหมครับ เพราะความรู้ที่เรามี ค่อยๆเพิ่มทีละเล็กทีละน้อย ค่อยๆสะสม จนเราเก่งขึ้นในทุกวันนี้

การเรียนสมาธิก็เช่นเดียวกัน พลังจิตที่เราได้ จะค่อยๆสะสม เราจะค่อยๆเก่งขึ้นทีละเล็กทีละน้อย โดยที่เราไม่รู้ตัว จะรู้ตัวว่าเราเก่งขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้น ก็ตอนที่เราได้ใช้มัน เช่น เวลาตกใจ เวลาโกรธ เวลาเกิดเรื่องฉุกเฉิน

หลวงพ่อยังสอนอีกว่า สมาธิเป็นสิ่งจำเป็น ต้องมีและต้องฝึก เหมือนการว่ายน้ำ ถ้าเรามาหัดว่ายน้ำเวลาใกล้จะจมน้ำ มันไม่ทันแล้ว เราต้องหัดว่ายน้ำไว้ก่อน เวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน จะจมน้ำ เราจะได้ช่วยตัวเองได้

สิ่งที่ผมได้จากการเรียนสมาธิ
สบายใจ หลังจากเรียนสมาธิแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองสบายใจขึ้นมาก สามารถแยกแยะและแก้ปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้ดีขึ้น ก็เพราะเราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ทั้งชีวิตของเรา เราเรียนรู้เรื่องต่างๆมากมาย ทั้งในโลก และนอกโลก แต่เรามักจะไม่ค่อยได้เรียนรู้เรื่องของตัวเอง ใจของตัวเอง เมื่อได้เรียนเรื่องตัวเองแล้ว ก็ทำให้เราเข้าใจการทำงานของใจ ทำให้เราเข้าใจทั้งตัวเอง และผู้อื่นมากขึ้น

นิ่งขึ้น ปกติคนทุกคนจะมีเรื่องที่ทำให้โกรธ หรือโมโหแตกต่างกันไป เรื่องบางเรื่อง อาจจะดูธรรมดามากสำหรับเรา แต่อาจทำให้เพื่อนของเราโกรธมาก (ขอใช้คำว่า เรื่องบางเรื่องนั้นไปกระตุ้นต่อมโกรธ) สำหรับผมก็เช่นกัน ปกติอาจจะใจร้อน แต่ไม่ใช่คนที่โกรธง่าย แต่ก็มีบางเรื่องที่มากระตุ้นต่อมโกรธของเรา

เมื่อก่อน เมื่อโกรธแล้ว จะรู้สึกหงุดหงิด ไม่สบายใจ ไม่พอใจ รวมถึงความรู้สึกที่ไม่ดีทั้งหลายไป 2-3 วัน แต่หลังจากเรียนสมาธิแล้ว ตอนเราโกรธ เราก็รู้ว่าตัวเองกำลังโกรธอยู่ และก็คิดได้ และหายโกรธใน 2-3 ชั่วโมง ก็ดีกว่าเดิมเยอะ ถึงแม้ว่าเรายังไม่เก่งพอที่จะไม่โกรธเลย

หน้าใส อันนี้ไม่ได้พูดเองครับ แต่มีคนบอก บางคนไม่รู้ว่าเราเรียนสมาธิ แต่ได้มาเจอกันก็ยังบอกอย่างนั้น อาจเป็นเพราะเรียนแล้วรู้สึกสบาย ได้พักผ่อนทั้งกายและใจ เลยทำให้ตัวเองดูดีขึ้น

ได้เพื่อน แน่นอนครับกัลยาณมิตรจะพบได้ก็เฉพาะในที่ดีๆ คนไม่ดี คงไม่สามารถมาเรียนรู้ ฝึกทำสมาธิได้นานๆ เพราะใจร้อน ไม่นิ่งพอที่จะทำได้ มาเรียนสมาธิจึงเป็นโอกาสดีที่ทำให้เราได้เพื่อนดีๆ

วันนี้เอาแค่นี้ก่อนครับ หลังจากเรียนอีกสักพัก หากมีความคืบหน้าอย่างไร จะได้มาเล่าสู่กันฟัง

ท่านที่ยังไม่เคยรู้เรื่องหลักสูตรครูสมาธิ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่  หลักสูตรครูสมาธิ @ สถาบันพลังจิตตานุภาพ จังหวัดภูเก็ต

WordPress Themes